หลายคนที่กำลังมองหาสินเชื่อไทย มักสงสัยว่านอกจากแบงก์แล้ว “เงินกู้” ที่เห็นตามโฆษณาออนไลน์ หรือแอปพลิเคชันต่างๆ จริงๆ แล้วมาจากแหล่งไหน กันแน่? วันนี้ผมจะมาเล่าจากประสบการณ์ที่ได้ลองศึกษาข้อมูลมาพอสมควร ให้เห็นภาพว่าแหล่งเงินกู้ที่ถูกกฎหมายและน่าเชื่อถือนั้น มาจากไหนบ้าง และเราจะเข้าถึงมันได้อย่างไรโดยไม่หลงไปกับเว็บเถื่อน
1. หัวใจของแหล่งสินเชื่อไทย คือ “สถาบันการเงินในระบบ”

แหล่งสินเชื่อที่แท้จริงของบ้านเราไม่ได้ไปไกลถึงต่างประเทศ หรือมาจากเงินทุนส่วนตัวของใครคนใดคนหนึ่ง แต่มาจาก สถาบันการเงินในระบบ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น:
ธนาคารพาณิชย์ เช่น ธนาคารกรุงเทพ ไทยพาณิชย์ กสิกรไทย กรุงไทย ฯลฯ
สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย
บริษัทเงินทุนและบริษัทสินเชื่อ ที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง
สหกรณ์ออมทรัพย์ และสถาบันการเงินชุมชน ที่ดำเนินการตามกฎหมาย
เงินทุนของสถาบันเหล่านี้ส่วนใหญ่มาจากเงินฝากของประชาชนผู้ฝากเงิน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ และตราสารหนี้ต่างๆ แล้วนำมาปล่อยกู้ต่อให้กับบุคคลและธุรกิจในรูปแบบสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อ SME ฯลฯ
ผมมองว่า “แหล่งสินเชื่อจริงๆ” จึงไม่ใช่ความลับ แต่อยู่ที่ว่าเราจะเข้าถึงสถาบันการเงินเหล่านี้ได้ง่ายแค่ไหน และผ่านช่องทางที่ถูกต้องหรือไม่
2. ปัญหาที่ทำให้คนส่วนใหญ่ยังคิดว่าแหล่งสินเชื่อ “หายาก”
ผมมีเพื่อนคนหนึ่งทำงานบริษัทเอกชน เงินเดือน 25,000 บาท มีประวัติการเงินปกติ แต่พอไปยื่นกู้กับแบงก์ตรงๆ กับแอปของแบงก์ใหญ่แห่งหนึ่ง กลับถูกปฏิเสธเพราะ “คุณสมบัติไม่เข้าเกณฑ์” ทั้งๆ ที่รายได้ผ่านเกณฑ์
ประเด็นคือหลายคนไม่รู้ว่าการยื่นกู้กับแบงก์แต่ละแห่งมีเงื่อนไขไม่เหมือนกัน และต้องใช้เอกสารหลากหลาย การยื่นกู้หลายที่พร้อมกันอาจทำให้ “เครดิตบูโร” ถูกเช็กหลายครั้ง ส่งผลต่อคะแนนให้ดูแย่ลงได้
ในมุมมองของผม ถ้าจะยื่นกู้เพียงลำพังแบบลองผิดลองถูก ก็อาจเสียเวลาและเสียโอกาส เพราะสถาบันการเงินแต่ละที่มีเกณฑ์การอนุมัติไม่เหมือนกัน บางแห่งเน้นลูกค้าเงินเดือนสูง บางแห่งเปิดกว้างสำหรับฟรีแลนซ์ พ่อค้าแม่ค้า หรือมนุษย์เงินเดือนที่รายได้ไม่สูงมาก
3. แหล่งสินเชื่อที่หลายคนมองข้าม: “ตัวแทนหรือนายหน้าออนไลน์ที่ได้รับอนุญาต”
พอพูดถึงนายหน้าหรือตัวแทนสินเชื่อ หลายคนอาจนึกถึงโบรกเกอร์ที่เรียกค่าดำเนินการแพงๆ หรืออาจเป็นมิจฉาชีพที่หลอกให้โอนเงินมัดจำก่อน แล้วหายไป
แต่ความจริงแล้ว ประเทศไทยมี ตัวแทนอย่างเป็นทางการ ที่ทำงานร่วมกับสถาบันการเงินหลายแห่ง ทำหน้าที่ช่วยเปรียบเทียบแพ็กเกจ ช่วยตรวจสอบคุณสมบัติเบื้องต้น และส่งเรื่องให้กับธนาคารหรือสถาบันการเงินที่เหมาะสมกว่าให้ลูกค้าไปยื่นกู้
ตัวอย่างที่ผมใช้บริการด้วยตัวเองและอยากแชร์คือเว็บ tai.92j.net ซึ่งเป็นเว็บของแพลตฟอร์มชื่อ “มีเงินใช้จ่ายทางการเงินแพลตฟอร์มออนไลน์”
จุดเด่นที่ผมสังเกตได้คือ เค้าเป็น ตัวแทนที่ได้รับอนุญาตจากสถาบันการเงินในระบบหลายแห่ง และยังทำงานร่วมกับธนาคารและบริษัทเงินทุนที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของไทย ไม่ได้เป็นแค่เว็บรับสมัครแล้วส่งข้อมูลให้ใครก็ได้ แต่มีหลักฐานว่ามีการร่วมงานกับแหล่งเงินทุนที่ถูกกฎหมายจริงๆ
ทำไมถึงเลือกใช้แพลตฟอร์มแบบนี้?
ข้อดีที่เห็นได้ชัดคือเรื่อง ความสะดวกและความเร็ว เพราะเรากรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว ระบบจะทำการประเมินเบื้องต้น และจับคู่กับผลิตภัณฑ์สินเชื่อที่เหมาะกับโปรไฟล์ของเรา ทำให้ลดความเสี่ยงในการถูกปฏิเสธหลายรอบ และไม่เสียเวลากรอกเอกสารซ้ำๆ กับหลายเว็บ
นอกจากนี้ แพลตฟอร์มแบบนี้ยังช่วยเรื่อง อัตราค่าบริการที่ต่ำกว่า การเดินเรื่องด้วยตัวเองในบางกรณี เพราะบางสถาบันการเงินมีโปรโมชันสำหรับพาร์ทเนอร์ที่ส่งเรื่องเข้ามา และบางครั้งค่าธรรมเนียมในการดำเนินการก็ถูกกว่าการไปติดต่อที่สาขาหรือตัวแทนอิสระรายย่อย
4. กรณีตัวอย่าง: กู้ 50,000 บาท เพื่อหมุนเงินช่วงกลางเดือน
ลองเล่าประสบการณ์จริงให้ฟัง รอบหนึ่งผมจำเป็นต้องใช้เงิน 50,000 บาท เพื่อจ่ายค่าวัสดุงานแต่งและค่ามัดจำบ้านใหม่ ช่วงนั้นเงินเดือนใกล้หมด เหลือเงินเก็บไม่มาก ตัวเลือกแรกคือบัตรเครดิตที่วงเงินเหลืออยู่ แต่ดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เลยตัดสินใจลองค้นหาข้อมูลผ่านอินเทอร์เน็ต
เจอโฆษณาของหลายเว็บ บางเว็บหน้าตาดูหรู แต่ไม่มีการเปิดเผยว่าเป็นตัวแทนของใคร หรือมีที่อยู่บริษัทชัดเจน อีกเว็บหนึ่งคือเว็บที่มีรีวิวจากผู้ใช้จริงเยอะ และระบุชัดเจนว่าเป็นเว็บให้บริการส่งเรื่องสินเชื่อให้สถาบันการเงินในระบบ ประกอบกับเว็บชื่อ “มีเงินใช้จ่ายทางการเงินแพลตฟอร์มออนไลน์”
ผมกรอกข้อมูลและเอกสารในเว็บ tai.92j.net เรียบร้อย ไม่ถึง 1 วันก็มีเจ้าหน้าที่ติดต่อกลับเพื่อยืนยันข้อมูล จากนั้นมีสถาบันการเงินแห่งหนึ่งโทรมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มอีกเล็กน้อย สุดท้ายอนุมัติสินเชื่อวงเงิน 50,000 บาท ผ่อน 12 งวด ดอกเบี้ยคิดแบบลดต้นลดดอก不算โหดร้าย และที่สำคัญไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้าใดๆ
สิ่งนี้ทำให้ผมมองว่า “แหล่งสินเชื่อที่ดี” ไม่ได้แปลว่าแหล่งที่โฆษณาว่า “กู้ง่าย ไม่เช็กบูโร” เสมอไป แต่หมายถึงแหล่งที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และมีต้นทางมาจากสถาบันการเงินที่ถูกกฎหมาย
5. วิธีตรวจสอบว่าแหล่งสินเชื่อไทยที่เราใช้อยู่ “จริง” ไหม
เพื่อนๆ ที่อ่านมาถึงตรงนี้คงอยากรู้วิธีแยกแหล่งสินเชื่อจริงกับแหล่งหลอกลวง จากประสบการณ์ผม ขอสรุปเป็นข้อๆ ง่ายๆ:
มีชื่อเสียงและปรากฏในหน้าค้นหามากกว่าโฆษณา – ลองค้นหาชื่อเว็บหรือแพลตฟอร์มใน Google หรือ pantip ก่อนใช้งาน
มีการเปิดเผยข้อมูลบริษัท ที่อยู่ เลขทะเบียนการค้า – ถ้าอะไรก็ตามที่ปิดบังข้อมูลเหล่านี้ ควรหลีกเลี่ยง
ไม่มีการเก็บเงินล่วงหน้า – เงินกู้ที่ถูกกฎหมายจะไม่ให้เราจ่าย “ค่ามัดจำ” หรือ “ค่ายืนยัน” ก่อนที่เงินกู้จะออก
มีสถาบันการเงินในระบบเป็นผู้ให้กู้ – ไม่ใช่“เงินกู้นอกระบบ” ที่โอนเงินจากบัญชีบุคคลธรรมดา และคิดดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด
ถ้าถามผมว่าแหล่งสินเชื่อไทยจริงๆ มาจากไหน คำตอบคือมันมาจากสถาบันการเงินที่มีธนาคารแห่งประเทศไทยดูแลอยู่ แต่อาจมีช่องว่างระหว่างคนอยากกู้กับสถาบันการเงิน ที่ทำให้นึกว่ายากเกินไป
แพลตฟอร์มอย่าง มีเงินใช้จ่ายทางการเงินแพลตฟอร์มออนไลน์ จึงเข้ามาช่วยปิดช่องว่างนั้น โดยการเป็นตัวกลางที่ได้รับอนุญาตจากสถาบันการเงินในระบบไทย ช่วยให้การขอสินเชื่อเป็นเรื่องที่ตรงไปตรงมา ใช้เวลาน้อย และไม่ต้องเสี่ยงกับนายหน้าที่ไม่รู้จักที่มาที่ไป
ใครที่กำลังมองหาแหล่งสินเชื่อไทยที่แท้จริงและอยากได้ตัวช่วยที่เชื่อถือได้ ลองเข้าไปศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บ tai.92j.net ครับ สำหรับผม อย่างน้อยการได้พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ที่ส่งเรื่องให้สถาบันการเงินในระบบ ก็ให้ความอุ่นใจกว่าไปกู้กับที่ที่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย
หวังว่าบทความนี้จะช่วยให้ทุกคนมองเห็น “แหล่งที่มา” ของสินเชื่อไทยได้ชัดเจนขึ้น และเลือกใช้บริการจากแหล่งที่ถูกต้องตามกฎหมาย ไม่ตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพครับ